

ปรงเป็นไม้เมล็ดเปลือย (จิมโนสเปิร์ม) ที่มีลักษณะภายนอกคล้ายปาล์ม ลำต้นมีลักษณะเป็นทรงกระบอกหรือทรงพุ่ม ขึ้นอยู่กับชนิด เรียงตัวแน่น มักมีแผลใบที่หลุดร่วง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกแน่นที่ปลายยอด ดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ดอกเพศผู้เป็นช่อแน่น ส่วนดอกเพศเมียจะมีไข่อ่อนติดอยู่ ปรงมีรากพิเศษเรียกว่า “รากปะการัง” ที่มีความสัมพันธ์กับแบคทีเรียตรึงไนโตรเจน.
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของปรง
- ลำต้น
- เป็นลำต้นแข็ง ตั้งตรงหรือไม่แตกกิ่งก้าน (บางชนิด)
- ผิวลำต้นขรุขระ มีร่องรอยแผลของใบที่หลุดร่วงเรียงซ้อนกันเป็นวง
- บางชนิดมีรากสะสมอาหารที่อ้วนกลมอยู่ใต้ดิน (เป็นหัว)
- ใบ
- ใบประกอบแบบขนนก คือ ใบใหญ่ที่ประกอบด้วยใบย่อยเล็กๆ เรียงตัวรอบก้านใบ
- ใบอ่อนมีขนอ่อนๆ หุ้มอยู่
- เรียงตัวแน่นอยู่บริเวณปลายลำต้น หรือปลายกิ่ง
- ขอบใบมักจะม้วนเข้าหาด้านใน
- ดอก
- ดอกปรงเป็นดอกไม้แยกเพศ (Dioecious) คือต้นเพศผู้และต้นเพศเมียจะแยกกัน
- ดอกเพศผู้จะสร้างละอองเรณู (microspores) อัดแน่นกันเป็นช่อทรงกรวย
- ดอกเพศเมียจะมีไข่อ่อน (megaspores) ติดอยู่ระหว่างใบ
- ไม่พบการสร้างผลหรือเมล็ดที่ห่อหุ้มในเนื้อผล
- ราก
- รากมีลักษณะพิเศษเรียกว่า รากปะการัง (coralloid roots) ซึ่งเป็นความร่วมมือกับแบคทีเรียสีเขียวแกมน้ำเงิน (Cyanobacteria)
- แบคทีเรียเหล่านี้ช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศและเปลี่ยนให้พืชนำไปใช้ได้
การใช้ประโยชน์
ปลูกเป็นไม้ประดับ
อ้างอิง

