027-เบญจรงค์ 5 สี

ชื่อสมุนไพร เบญจรงค์ห้าสี
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น บุษบาริมทาง, บุษบาฮาวาย, อังกาบ, บาหยา, ยาหยา, ตำลึงหวาน (ภาคกลางทั่วไป), ผักกูดเน่า (เชียงใหม่), อ่อมแซบ, ผักอ่อม (ภาคอีสาน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Asystasia gangatica (L.) T. Anderson
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Asystasia acuminate Klotcsch, A.bojeriana Nees, A.calycina Nees, A.Comorensis var. humilis Nees, A. plumbaginea Nees, A. coromandeliana Nees, A. intrusa Blum, A. quarterna Nees, Dyschoriste biloba Hochst., Justicia gangetica A. violacea Dalzell.
ชื่อสามัญ Ganges Primrose, Ganges River asystasia, indai asystasia Chinese violet coromandel, Creeping foxglove, Baya, Yaya.
วงศ์  ACANTHACEAE

ถิ่นกำเนิดเบญจรงค์ห้าสี

สำหรับถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของเบญจรงค์ห้าสี นั้นจากข้อมูลค้นคว้ายังไม่พบถิ่นกำเนิดดั้งเดิมที่ชัดเจน พบเพียงว่ามีการกระจายพันธุ์เป็นวงกว้างตามชายฝั่งของเขตร้อนต่างๆ ทั่วโลก ทั้งใน เอเชีย แอฟริกา อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ เป็นต้น สำหรับในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศตามที่รกร้าง ว่างเปล่า ริมคลอง หรือ ตามสองข้างทางทั่วไป

ประโยชน์และสรรพคุณเบญจรงค์ห้าสี

  1. แก้ปวดบวม
  2. แก้ปวดตามข้อ
  3. ขับพยาธิ
  4. ช่วยบำรุงเลือด
  5. ช่วยบำรุงกำลัง
  6. ช่วยบำรุงสายตา
  7. ช่วยลดไข้
  8. ช่วยบรรเทาอาการเจ็บท้องคลอดลูก
  9. ช่วยสมานลำไส้
  10. แก้พิษงู
  11. แก้ม้ามโตในเด็กที่เกิดใหม่
  12. รักษาโรคเบาหวาน
  13. รักษาโรคหู
  14. เป็นยารักษาหอบหืด

รูปแบบและขนาดวิธีใช้

ใช้แก้ไข้เหนือ แก้ไข้โลหิต แก้ฝีภายใน ขับลม โดยใช้รากเบญจรงค์ห้าสี มาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ปวดตามข้อ ปวดบวม ใช้ถ่ายพยาธิ โดยใช้ใบมารับประทาน หรือ ต้มกับน้ำดื่มก็ได้ ใช้ บำรุงเลือด บำรุงกำลัง บำรุงสายตา ลดไข้ สมานลำไส้ โดยการนำใบ และดอกมาต้มกับน้ำดื่ม


ลักษณะทั่วไปของเบญจรงค์ห้าสี

เบญจรงค์ห้าสี จัดเป็นไม้ล้มลุกหรือรอเลื้อยลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม ตั้งตรง มีขนปกคลุมสูงได้ถึง 1 เมตร

            ใบ ออกบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามกันลักษณะเป็นรูปหัวใจ โคนมนหรือเว้าเล็กน้อยปลายใบแหลม กว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 3-5 ซม. ผิวใบด้านบนเป็นมันด้านล่างมีขนนุ่ม ขอบใบเรียบ หรือ หยักมน แผ่นใบมีขนสั้นนุ่มหรือเกลี้ยง ก้านใบยาวประมาณ 2 เซนติเมตร

           ดอก ออกเป็นช่อกระจะด้านเดียวยาว 16 เซนติเมตร บริเวณซอกใบ และปลายกิ่ง ส่วนดอกย่อยเป็นรูปกรวยมีลักษณะโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ส่วนปลายแยกออกเป็น 5 กลีบ มีสีม่วง สีขาว สีชมพู หรือสีเหลือง (บางชนิดมี 2 สี) มีใบประดับรูปใบหอกยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร มีขนเกลี้ยงกลีบ 5 กลีบ แฉกลึก กลีบรูปใบหอกยาว 5-9 มิลลิเมตร มีขนขึ้นกระจาย กลีบดอกรูปแตร ปลายบานออก มี 5 กลีบ เรียงซ้อนเหลื่อม และมีหลอดกลีบยาว 2 เซนติเมตร เรียวแคบจรดโคน ปากหลอดกลีบเส้นผ่านศูนย์กลางยาวประมาณ 1 เซนติเมตร มีขนด้านนอก มีเกสรเพศผู้ 4 อัน ยาว 2 อัน ไม่ยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอก อับเรณูขอบขนาน ยาวไม่เท่ากัน ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร มีขนที่โคน ยอดเกสรขนาดเล็ก

           ผล แบบแคปซูลรูปทรงกระบอก ขนาด 1.3×2 เซนติเมตร มีขนปกคลุม ผลแก่แตกเป็น 2 ซีก ภายในมีเมล็ด 3-4 เมลด ส่วนเมล็ดรูปไต ลักษณะแบนสีน้ำตาล ขนาด 3-5×0.5-3 มิลลิเมตร

อ้างอิง

https://www.disthai.com/17359770/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B5