

สัก
ชื่อภาษาอังกฤษ Teak
ชื่อวิทยาศาสตร์ Tectona grandis L.f.
ข้อมูลทั่วไปของต้นสักหรือสักทอง
- ต้นสักหรือสักทอง มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า “Tectona grandis L.f.”
- ต้นสัก ภาษาอังกฤษหรือชื่อสามัญของต้นสักหรือสักทอง คือ “Teak”
- ต้นสักหรือสักทอง จัดอยู่ในวงศ์ของ “VERBENACEAE”
ต้น
ต้นสักหรือสักทองเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งจะผลัดใบในฤดูร้อน บริเวณลำต้นเปลือกแตกหรือเรียบ ส่วนใหญ่แล้วจะแตกเป็นร่องตื้นตามความยาวของลำต้น โดยเปลือกมีความหนาประมาณ 0.3-1.7 เซนติเมตร และด้วยความที่เนื้อไม้มีสีเหลืองทอง ไปจนถึงสีน้ำตาลแก่ จึงถูกเรียกว่า สักทอง นั่นเอง
ใบ
ลักษณะเป็นใบเดี่ยว ใบมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ โคนใบมนปลายใบแหลม มีความยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร ส่วนความกว้างใกล้เคียงกับความยาว ใบของต้นอ่อนจะใหญ่มากกว่าใบแก่ ส่วนสีของใบคือสีเขียวเข้ม ใบมีขนสาก หากนำมาขยี้จะมีสีแดงเหมือนเลือด
ดอก
ดอกของต้นสักหรือสักทองจะมีขนาดเล็ก ออกดอกตามช่อหรือบริเวณปลายกิ่ง ดอกมีสีขาวนวล ซึ่งดอกจะออกเป็นผลในช่วงของเดือนมิถุนายม จนถึงเดือนตุลาคม
ผล
ลักษณะเป็นผลแห้ง มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร เปลือกนอกแข็ง ส่วนภายในผลจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 1-3 เมล็ด
ประโยชน์ของต้นสักหรือสักทอง
การใช้ประโยชน์ของไม้สักหรือสักทอง จะสามารถนำไปแปรรูปหรือใช้ประโยชน์ได้ตามอายุและขนาด ยิ่งไม้สักที่มีอายุมาก ก็จะยิ่งมีความแข็งแรงทนทานมากด้วยเช่นเดียวกัน
1.ไม้สักที่มีอายุประมาณ 5 ปี นิยมนำเนื้อไม้ไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ ทำเป็นของตกแต่งบ้าน หรือของเล่นเด็ก โดยส่วนใหญ่แล้วจะปลูกไว้เพื่อการค้าทำกำไร หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่าการปลูกต้นไม้ที่มีมูลค่าเหมือนกับการออมเงิน เมื่อได้ระยะเวลาในการตัดแล้วสามารถนำไปขายได้กำไรสูง ไม้สักหรือสักทองเองก็เช่นเดียวกัน สำหรับการปลูกไว้เพื่อขายในลักษณะนี้ แนะนำควรปลูกให้ถี่กันและตัดต้นเว้นต้น เพื่อให้ต้นสักที่เหลือสามารถเจริญเติบโตได้ดีขึ้น
2.สำหรับไม้สักที่มีอายุประมาณ 10 ปี โดยมีความสูงเฉลี่ยตั้งแต่ 15 เมตร ขึ้นไป นิยมนำเนื้อไม้ไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ที่ต้องการความแข็งแรงทนทาน หรือแปรรูปเป็นพื้นปาร์เก้ไม้สัก
3.ไม้สักที่มีอายุเฉลี่ยตั้งแต่ 15-20 ปี นิยมนำไปใช้ทำเป็นไม้บาง แต่จะต้องเลือกเนื้อไม้ที่ไม่มีตำหนิ และสำหรับการปลูกไม้สักเพื่อใช้งานในลักษณะนี้ ต้องระมัดระวังในการดูแลหรือจัดสวนให้ดี
4.ส่วนไม้สักที่มีอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป นิยมใช้ประโยชน์ในการปลูกบ้านเรือน ใช้ทำเป็นเสาบ้านหรือคาน เพื่อรองรับน้ำหนักเพราะยิ่งไม้สักที่มีอายุมาก ก็จะมีความแข็งแรงมากตามไปด้วยเช่นเดียวกัน
อ้างอิง

